ภาพรวมชนิดและคุณภาพจริง ๆ แล้ว “ไม้อัดเคลือบฟิล์มดำ” ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แบ่งได้หลายมุม เช่น
 ตาม “เกรดคุณภาพ” (ใช้จริงมากที่สุด)
 ตาม “ชนิดฟิล์ม” และ “กาว”
 ตาม “โครงสร้างแกนไม้”

ด้านล่างคือแบบที่ใช้ในงานก่อสร้าง


1) แบ่งตาม “เกรดคุณภาพ” (สำคัญสุด)

 เกรดประหยัด (Low Grade)

  • ใช้ซ้ำ: ~3–5 ครั้ง
  • ฟิล์ม: บาง
  • แกนไม้: อาจมีโพรง (มีช่องว่าง)
  • กาว: บางครั้งไม่ใช่ WBP

 เหมาะ:

  • งานชั่วคราว
  • ผู้รับเหมางบจำกัด

 ข้อเสีย: แตกง่าย บวมไว


 เกรดกลาง (Commercial Grade)

  • ใช้ซ้ำ: ~6–10 ครั้ง
  • ฟิล์ม: หนาปานกลาง
  • แกนไม้: แน่นขึ้น (แต่ยังมีบางจุด)
  • กาว: MUF หรือ WBP

  เหมาะ:

  • งานก่อสร้างทั่วไป
  • บ้านพัก / อาคารขนาดเล็ก

เกรดพรีเมียม (High / Pro Grade)

  • ใช้ซ้ำ: 10–20+ ครั้ง
  • ฟิล์ม: หนา (120–180 gsm+)
  • แกนไม้: เต็ม ไม่มีโพรง (Full core)
  • กาว: WBP 100%

  เหมาะ:

  • โครงการใหญ่
  • ผู้รับเหมามืออาชีพ
  • งานที่ต้องการผิวคอนกรีตสวย

 2) แบ่งตาม “ชนิดฟิล์มเคลือบ”

  • ฟิล์มเรียบ (Smooth Film)
    → ใช้หล่อคอนกรีต ผิวเนียน
  • ฟิล์มด้าน (Matte)
    → ลดแสงสะท้อน
  • ฟิล์มกันลื่น (Anti-slip)
    → มีลายตาข่าย/หกเหลี่ยม (ใช้ทำพื้น, รถบรรทุก)

3) แบ่งตาม “โครงสร้างแกนไม้ (Core)”

  • Full Hardwood Core (แกนไม้แข็ง)
    → แข็งแรง ใช้ได้นาน
  • Poplar Core (ไม้เบา)
    → เบา ราคาถูกกว่า
  • Combi Core (ผสม)
    → สมดุลระหว่างราคาและคุณภาพ

 4) แบ่งตาม “ชนิดกาว”

  • WBP (Water Boiled Proof)
    → ทนน้ำดีที่สุด (งานหล่อแนะนำ)
  • MUF (Melamine)
    → กันชื้นระดับกลาง
  • MR (Interior)
    → ไม่เหมาะงานเปียก

 สรุปเลือกแบบไหนดี?

  • งานบ้านทั่วไป → เกรดกลาง + WBP
  • งานรับเหมา / ใช้หลายรอบ → เกรดพรีเมียม
  • งานครั้งเดียว / งบน้อย → เกรดประหยัด

Back to Top